แนวทางการเลือกแอร์บ้านเย็นชื่นใจ ใส่ใจสุขภาพ :)

อากาศและอุณภูมิในประเทศไทยของเรา นับวันจะยิ่งสูงขึ้นๆ และไม่มีวี่แววว่าจะลดลงเลย เรียกได้ว่าอากาศร้อนจนร้องร้องขอชีวิตกันเลยทีเดียว สิ่งที่จะช่วยคลายความร้อนให้กับบ้านของเราได้นั้นก็คงไม่พ้นแอร์บ้านหรือเครื่องปรับอากาศ เปลี่ยนอุณภมิบ้านของเราให้เย็นชื่นใจ จนไม่อยากจะออกไปสู้แดดภายนอกกันเลยทีเดียว

image source : amsnews.tv

แน่นอนว่าในยุคปัจจุบัน มีแอร์บ้านมากมายให้เลือกใช้งาน มีทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่ แอร์ราคาถูก แอร์ราคาแพง ซึ่งสำหรับใครหลายๆคนแล้ว อาจจะแยกไม่ออกว่ามันมีข้อแตกต่างกันตรงไหน อย่างไร ทำไมราคาถึงต่าง แล้วต้องเลือกแอร์แบบไหนถึงจะเหมาะกับบ้านของเรา คำตอบทุกอย่างได้ถูกรวบรวมเอาไว้ในบทความนี้แล้วค่ะ !

ประเภทของแอร์บ้าน


ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักกันก่อนว่าแอร์บ้านนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลักๆด้วยกันค่ะ ได้แก่ แอร์บ้านแบบตั้งพื้น แอร์บ้านแบบติดผนัง และแอร์บ้านแบบเคลื่อนที่ ซึ่งแอร์ทั้ง 3 แบบนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร เรามาดูไปพร้อมๆกันเลย

1. แอร์บ้านแบบเคลื่อนที่ (Portable Air)

ขนาด 9000 - 18000 BTU

แอร์บ้านแบบเคลื่อนที่ MIDEA MPPH-09CRN1 9000BTU


สำหรับแอร์บ้านแบบเคลื่อนที่นั้น เป็นแอร์ที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด สามารถจัดและเคลื่อนย้ายไปในที่ที่ต้องการได้อย่างสะดวก การใช้งานก็ง่ายเพียงแค่เสียบสายไฟกดปุ่ม ก็สามารถปรับอากาศเย็นๆให้กับพื้นที่บ้านได้แล้ว โดยไม่ต้องทำการติดตั้งให้วุ่นวายแบบแอร์บ้านประเภทอื่นๆ

แต่แอร์บ้านแบบเคลื่อนที่นั้นจะต้องมีการต่อท่อระบายความร้อน และท่อน้ำทิ้งออกสู่ทางด้านนอกด้วยตัวเอง และระดับการให้ความเย็นก็อาจจะไม่ทั่วถึง เนื่องจากแอร์บ้านแบบเคลื่อนที่มีขนาดเล็ก ดังนั้นความเย็นก็จะเย็นเฉพาะจุด เรียกได้ว่า เปิดตรงไหนก็เย็นแค่ตรงนั้นค่ะ

2 แอร์บ้านแบบติดผนัง (Wall Type)

ขนาด 9000 - 36000 BTU



แอร์บ้านแบบติดผนังเรียกได้ว่าเป็นแอร์บ้านยอดฮิตที่ แทบจะทุกบ้านทำการติดตั้งไว้ใช้งาน โดยความโดดเด่นของแอร์บ้านแบบติดผนังนั้น มีความโดดเด่นในเรื่องของความเงียบ ไม่มีเสียงรบกวน พร้อมกับรูปทรงและดีไซน์ที่มีความสวยงาม เหมาะสำหรับใช้งานในทุกๆห้อง ในส่วนของการติดตั้งจะต้องติดบนผนังที่มีความสูง 40 เซนติเมตรขึ้นไปเท่านั้นค่ะ

3 แอร์บ้านแบบตั้งพื้นหรือแขวนเพดาน (Ceiling Type)

ขนาด 12000 - 60000 BTU


  สำหรับแอร์บ้านแบบตั้งพื้นหรือติดเพดานนั้น มีขนาดและรูปทรงค่อนข้างใหญ่ การกระจายของแรงลมก็ค่อนข้างแรงมาก ทำให้ภายในห้องปรับอุณภูมิได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับสำนักงานออฟฟิศใหญ่ๆ ที่มีห้องกว้างขวางและมีคนอยู่รวมกันหลายคน สามารถเลือกได้ว่าจะติดแอร์ไว้ที่พื้นหรือบนเพดานได้ตามความต้องการค่ะ

ค่า BTU คืออะไร ?


คำว่า BTU นั้นย่อมาจาก British Thermal Unit หมายถึงความสามารถในการทำความเย็นของแอร์ ยิ่งมีค่า BTU มากก็แสดงว่าแอร์เครื่องนั้น สามารถทำความเย็นได้อย่างรวดเร็วนั้นเองค่ะ ซึ่งถ้าหากเราเลือกแอร์บ้านที่มีค่า BTU ไม่เหมาะสมกับห้อง ยกตัวอย่างเช่น

image source : heatshop.com

แอร์ที่มีค่า BTU สูงเกินขนาดของห้อง


หากเลือกแอร์ที่มีค่า BTU สูงเกินขนาดของห้อง คอมเพรสเซอร์จะตัดบ่อย ความชื้นในห้องสูงทำให้ไม่สบายตัว ราคาแพงเกินความจำเป็นและสิ้นเปลืองพลังงานมากค่ะ

แอร์ที่มีค่า BTU ต่ำกว่าขนาดของห้อง


แต่ถ้าหากเลือกแอร์ที่มีค่า BTU ต่ำกว่าขนาดของห้อง คอมเพรสเซอร์แอร์ก็จะทำงานอยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะปรับอุณภูมิให้เท่ากับที่เราตั้งเอาไว้ ทำให้เปลืองค่าไฟและแอร์ทำงานหนักเกินจำเป็น อายุการใช้งานก็จะลดลงตามๆกันไปค่ะ

ดังนั้นการเลือกแอร์บ้านที่มีค่า BTU ให้เหมาะสมกับขนาดของห้องจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก โดยสามารถดูค่า BTU ของแอร์บ้านเปรียบเทียบกับขนาดของห้องได้ตามตารางด้านล่างนี้เลยค่ะ

ตารางเปรียบเทียบค่า BTU กับพื้นที่ของห้อง


บีทียูห้องปกติ (ตร.ม.)ห้องที่โดนแดด (ตร.ม.)
900012 - 1411 - 13
1200016 - 2014 - 18
1800020 - 2821 - 27
2100028 - 3525 - 32
2400032 - 4028 - 35
2600035 - 4430 - 39
3000040 - 5035 - 45
3600048 - 6042 - 54
4000056 - 6552 - 60
4800064 - 8056 - 72
6000080 - 10070 - 90

การเปรียบเทียบโดยประมาณ ทั้งนี้ต้องพิจารณาปัจจัยอื่นเพิ่มเติม

  • จำนวนและขนาดของหน้าต่าง
  • ทิศที่แดดส่องหรือทิศที่ตั้งของห้อง
  • วัสดุหลังคามีฉนวนกันความร้อนหรือไม่
  • จำนวนคนทีใช้งานในห้อง
  • จำนวน และประเภทของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้องที่ก่อให้เกิดความร้อน
แนวทางการเลือกแอร์บ้านเย็นชื่นใจ ใส่ใจสุขภาพ :) แนวทางการเลือกแอร์บ้านเย็นชื่นใจ ใส่ใจสุขภาพ :) Reviewed by Zymeii Mombear on 01:32 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

Gallery

ขับเคลื่อนโดย Blogger.