เครื่องฟอกอากาศมีดีอย่างไร ?

ยุคสมัยจากอดีตจนถึงปัจจุบัน มีความเปลี่ยนแปลงมากมายอย่างรวดเร็ว ประชากรเพิ่มมากขึ้น มลพิษก็ย่อมเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย มลภาวะทางอากาศนับวันก็ยิ่งแย่ลง ไม่ว่าจะเป็นควันรถ ควันจากโรงงาน หรือกลิ่นจากน้ำเน่าเสีย ดังนั้นจึงมีการพัฒนาเครื่องฟอกอากาศขึ้นมาเพื่อ กรองมลภาวะเหล่านี้ให้ออกไปจากห้องที่เราอาศัยอยู่ค่ะ


เครื่องฟอกอากาศปรับอากาศบริสุทธิ์


เครื่องฟอกอากาศที่นอกจากจะช่วยยับยั้งกลิ่นและควันที่เป็นมลพิษต่างๆได้แล้ว ยังสามารถช่วยในเรื่องของการฆ่าเชื้อโรคได้อีกด้วย เหมาะสำหรับใช้ที่บ้านและสำนักงาน โดยเฉพาะสถานที่ที่มีการเปิดใช้แอร์เป็นเวลานาน และนานๆครั้งจะทำความสะอาดกันสักหน แน่นอนว่าสิ่งสกปรกก็จะวนเวียนอยู่ภายในห้องอย่างแน่นอนค่ะ ดังนั้นต้องห้ามพลาดเลือกเครื่องฟอกอากาศสักเครื่องมาใช้งานเพื่อสุขภาพกันดูนะคะ

ประเภทของเครื่องฟอกอากาศ


ในปัจจุบันเครื่องฟอกอากาศมีการพัฒนาอย่างมาก เพื่อตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยที่สามารถใช้งานได้ทั้งในบ้านหรือสำนักงาน ซึ่งก่อนที่เราจะเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศสักเครื่อง เราจะต้องมาทำความรู้จักประเภทของเครื่องฟอกอากาศกันก่อนค่ะ ว่ามีทั้งหมดกี่ประเภท และแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันอย่างไร เพื่อที่จะเลือกซื้อได้ตรงตามความต้องการของคุณค่ะ


เครื่องฟอกอากาศแบบใช้แผ่นกรองคาร์บอน (Carbon Filter)


เครื่องฟอกอากาศคาร์บอนชนิดแรกนี้ เป็นเครื่องฟอกอากาศที่ใช้แผ่นกรองคาร์บอนเป็นตัวกรองมลพิษต่างๆที่ลอยอยู่ในอากาศ ผ่านเครื่องดูดเข้าสู่ตัวเครื่อง และปล่อยออกมาหมุนเวียนไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นควัน กลิ่นเหม็นหรืออับชื้น สามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไส้กรองคาร์บอนสามารถเปลี่ยนได้และมีวันหมดอายุการใช้งานตามที่ทางผู้ผลิตกำหนดค่ะ


เครื่องฟอกอากาศแบบใช้ประจุไฟฟ้า (Ionic Air Purifier)


เครื่องฟอกอากาศแบบประจุไฟฟ้า เป็นเครื่องฟอกอากาศที่เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหากับระบบทางเดินหายใจค่ะ เพราะเจ้าเครื่องฟอกอากาศแบบประจุไฟฟ้านี้ สามารถกำจัดฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กล่องลอยอยู่ในอากาศ เช่น ผงจากควันบุหรี่ ขนสัตว์ ละอองจากเกสรดอกไม้ หรือแม้กระทั่งทำลายโครงสร้างโมเลกุลของแบคทีเรียได้อีกด้วยค่ะ


เครื่องฟอกอากาศแบบประสิทธิภาพแผ่นกรองกรองอากาศสูง (HEPA)


เป็นเครื่องฟอกอากาศที่ใช้ไส้กรอง HIGH EFFICIENCY PARTICLE ARRESTING (HEPA) ที่คุณสามารถมั่นใจได้ถึง 99% เลยค่ะว่าอากาศที่ผ่านการกรองผ่านเครื่องฟอกอากาศชนิดนี้มีความบริสุทธิ์มากที่สุด เหมาะสำหรับใช้กับห้องที่ต้องการความสะอาดสูง อย่างเช่นตามโรงพยาบาล ห้องผ่าตัด เป็นต้นค่ะ


เครื่องฟอกอากาศแบบ ULTRA VIOLET (UV)


เครื่องฟอกอากาศอย่างสุดท้าย เรียกได้ว่าเป็นพระเอกของเครื่องฟอกอากาศเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะเป็นเครื่องฟอกอากาศที่รวมข้อดีทุกๆอย่างของประเภทอื่นๆเข้ามาไว้ในเครื่องเดียว ไม่ว่าจะเป็นกลิ่น ควัน ฝุ่นละออง เชื้อโรคและแบคทีเรีย เครื่องฟอกอากาศแบบ UV สามารถกรองให้กลายเป็นอากาศบริสุทธิ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยภายในเครื่องฟอกอากาศเครื่องเดียว มีแผ่นกรองทั้งหมด 3 ชั้นด้วยกันค่ะได้แก่

  1. แผ่นกรอง PRE-FILTER ทำหน้าที่กรองฝุ่นละอองขนาดใหญ่ เช่น เส้นผม ขนสัตว์
  2. แผ่นกรอง DUST COLLECTING FILTER มีพื้นที่ผิวขนาดใหญ่ในการดักจับฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กได้มากสุด 99.99%
  3. แผ่นกรองคาร์บอน ACTIVE CARBON FILTER ดูดซับกลิ่น และแก๊สที่ยังหลงเหลืออยู่

รังสี ULTRA VIOLET (UV)


การทำงานของเครื่องฟอกอากาศชนิดนี้ จะมีการปล่อยรังสี ULTRA VIOLET (UV) เพื่อทำการฟอกอากาศที่สะอาดและบริสุทธิ์อีกระดับหนึ่ง ด้วยการผลิตรังสี UV ที่ 3 ช่วงความถี่ด้วยกันค่ะ

รังสี UV ความถี่ 365 นาโนเมตร :

กระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยา Photocatalytic โดยไอน้ำในอากาศ จะไปเกาะติดที่แผ่น Photocatalytic Plate ทำให้เกิดการแตกตัวเป็น Active Hydrogen (OH-) ซึ่ง OH- จะมีประสิทธิภาพในการกำจัดกลิ่น แบคทีเรีย เชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอมในอากาศค่ะ

รังสี UV ความถี่ 254 นาโนเมตร :

ช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียและไวรัสที่อยู่ในอากาศ โดยเข้าไปทำลาย โครงสร้างของแบคทีเรีย และไวรัส

รังสีความถี่ 185 นาโนเมตร :

ให้กำเนิดโอโซน โดยใช้ออกซิเจนในอากาศเปลี่ยนเป็นโอโซน สามารถกำจัดกลิ่น ควัน แก๊ส และฆ่าเชื้อโรค แบคทีเรีย เชื้อรา ทำให้อากาศบริสุทธิ์สดชื่น


เครื่องฟอกอากาศมีดีอย่างไร ? เครื่องฟอกอากาศมีดีอย่างไร ? Reviewed by Zymeii Mombear on 01:55 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

Gallery

ขับเคลื่อนโดย Blogger.